กิจการมีกำไรเสียภาษีแล้ว 20% จะเอาผลกำไรออก จากกิจการด้วยการจ่ายเงินปันผล ยังต้องถูกหักภาษี อีก 10% รวมถูกหักภาษีทั้งสิ้น 28%
กำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น มีแต่ตัวเลข กระแสเงินสดไม่ได้ มีมากขนาดนั้น เพราะกำไรทยอยถูกดึงออกไปใช้แล้ว ทั้งเพื่อกิจการและส่วนตัว โดยไม่มีการเสียภาษี
ยิ่งกำไรสะสมสูง
ยิ่งเป็นที่สนใจของสรรพากร
การดึงเงินออกจากกิจการไปใช้จ่ายส่วนตัว ก่อให้เกิด เงินกู้ยืมกรรมการ ยิ่งเงินกู้ยืมกรรมการสูง ยิ่งเป็นที่ สนใจของสรรพากรเช่นกัน นำไปสู่ภาระดอกเบี้ยเงิน กู้ยืมของกรรมการ และภาษีที่เพิ่มขึ้นของกิจการ
รายจ่ายส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม นำไปเป็นรายจ่าย ทางภาษีของกิจการไม่ได้
กำไรสะสมของกิจการ เจ้าหนี้มีสิทธิก่อน ก่อนเจ้าของ สามารถฟ้องร้องเอาไปได้
ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยบริหารกิจการอย่างทุ่มเท แต่กลับต้องเผชิญปัญหาทางการเงินและภาษีที่ค่อยๆ กัดกินกำไร โดยไม่รู้ตัว 5 Pain Point เหล่านี้หากปล่อยไว้นาน อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเสถียรภาพของธุรกิจในระยะยาว
1.ภาระภาษีที่ซ้ำซ้อนและสูญเปล่า
กำไรจากการทำธุรกิจ กิจการต้องเสียภาษีนิติบุคคลสูงสุดที่ 20% และเมื่อผู้ประกอบการจะเอาเงินออกจากกิจการด้วยการจ่ายปันผลก็ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินปันผลอีก 10% รวมเสียภาษี 28% ของกำไร
กำไรทางบัญชีสูง แต่ไม่มีเครื่องมือวางแผนภาษีที่เหมาะสม ทำให้กิจการต้องเสียภาษีในอัตราสูง ทั้งที่สามารถบริหารจัดการให้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพได้มากกว่านี้
ผลกระทบ : เงินสดรั่วไหล ความสามารถในการลงทุนและขยายกิจการลดลง
2.กำไรสะสมสูงเกินไป
กำไรสะสมจำนวนมากอาจดูเป็นเรื่องดี แต่ในมุมของภาษีและการตรวจสอบ กลับกลายเป็นความเสี่ยง ที่ถูกตั้งข้อสังเกตจากสรรพากรว่าตัวเลขของกำไรสะสมอาจไม่มีเงินจริงตามนั้น เนื่องจากดึงเงินออกมาใช้เพื่อเลี่ยงภาษีเงินปันผล
ผลกระทบ : เสี่ยงถูกสรรพากรขอให้จ่ายเงินปันผล เพราะภาระภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินปันผลรออยู่ ถ้าภาษีปันผลยิ่งมาก ยิ่งกระทบสภาพคล่องของกิจการ
3.เงินกู้ยืมกรรมการสูง
เพราะไม่อยากเสียภาษีซ้ำซ้อน ไม่อยากจ่ายปันผล ไม่อยากเสียภาษีบุคคลเยอะ จึงตั้งเงินเดือนตัวเองต่ำๆ พอเงินไม่พอใช้ก็ไปดึงเงินจากกิจการ กรรมการ(เจ้าของกิจการ) เลยกลายเป็นลูกหนี้ที่กิจการต้องคิดดอกเบี้ย
ผลกระทบ: เป็นที่เพ่งเล็งจากสรรพากรให้กรรมการต้องจ่ายดอกเบี้ยซึ่งถือเป็นรายได้ของกิจการที่ทำให้กิจการต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นทั้งภาษีนิติบุคคลและภาษีธูรกิจเฉพาะ
4.รายจ่ายต้องห้ามสูง
หลายกิจการหารายจ่ายได้ยาก ขาดรายจ่ายทางภาษีที่ถูกต้องที่จะนำมาหักลดหย่อนภาษีได้
ผลกระทบ : เสียภาษีมากเกินความจำเป็น
5.สิทธิในทรัพย์สิน เสี่ยงถูกเจ้าหนี้ฟ้องร้องยึดไป
ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อนิติบุคคลหรือกรรมการ หากไม่มีโครงสร้างการป้องกันที่ดี อาจถูกเจ้าหนี้หรือคดีความเข้ามาอายัดหรือยึดได้
ผลกระทบ : ความมั่นคงของกิจการและครอบครัวผู้บริหารตกอยู่ในความเสี่ยง
ประกันคีย์แมน (Keyman Insurance) เป็นประกันชีวิตที่กิจการเป็นผู้จ่ายค่าเบี้ยประกันให้กับบุคคลสำคัญขององค์กร (Key man) แล้วกิจการนำค่าเบี้ยประกันไปเป็นรายจ่ายทางภาษีได้เต็มจำนวน ทำให้รายจ่ายกิจการเพิ่ม กำไรลด ภาษีลดลง ขณะที่คีย์แมนได้รับประโยชน์จากกรมธรรม์
วางแผนให้ถูกตั้งแต่วันนี้ ดีกว่าแก้ปัญหาภายหลัง
ประกันคีย์แมนไม่ใช่แค่ “ประกันชีวิต” แต่คือ เครื่องมือวางแผนภาษี บริหารงบการเงิน และปกป้องกิจการอย่างมืออาชีพ
หากคุณต้องการคำปรึกษาเชิงลึก วางโครงสร้างให้เหมาะกับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ
Star Group ยินดีให้บริการและดูแลคุณอย่างครบวงจร
เพราะธุรกิจที่มั่นคง เริ่มต้นจากการวางแผนที่ถูกต้อง
กิจการมีกำไรเสียภาษีแล้ว 20% จะเอาผลกำไรออก จากกิจการด้วยการจ่ายเงินปันผล ยังต้องถูกหักภาษี อีก 10% รวมถูกหักภาษีทั้งสิ้น 28%
กำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น มีแต่ตัวเลข กระแสเงินสดไม่ได้ มีมากขนาดนั้น เพราะกำไรทยอยถูกดึงออกไปใช้แล้ว ทั้งเพื่อกิจการและส่วนตัว โดยไม่มีการเสียภาษี
ยิ่งกำไรสะสมสูง
ยิ่งเป็นที่สนใจของสรรพากร
การดึงเงินออกจากกิจการไปใช้จ่ายส่วนตัว ก่อให้เกิด เงินกู้ยืมกรรมการ ยิ่งเงินกู้ยืมกรรมการสูง ยิ่งเป็นที่ สนใจของสรรพากรเช่นกัน นำไปสู่ภาระดอกเบี้ยเงิน กู้ยืมของกรรมการ และภาษีที่เพิ่มขึ้นของกิจการ
รายจ่ายส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม นำไปเป็นรายจ่าย ทางภาษีของกิจการไม่ได้
กำไรสะสมของกิจการ เจ้าหนี้มีสิทธิก่อน ก่อนเจ้าของ สามารถฟ้องร้องเอาไปได้
ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยบริหารกิจการอย่างทุ่มเท แต่กลับต้องเผชิญปัญหาทางการเงินและภาษีที่ค่อยๆ กัดกินกำไร โดยไม่รู้ตัว 5 Pain Point เหล่านี้หากปล่อยไว้นาน อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเสถียรภาพของธุรกิจในระยะยาว
1.ภาระภาษีที่ซ้ำซ้อนและสูญเปล่า
กำไรจากการทำธุรกิจ กิจการต้องเสียภาษีนิติบุคคลสูงสุดที่ 20% และเมื่อผู้ประกอบการจะเอาเงินออกจากกิจการด้วยการจ่ายปันผลก็ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินปันผลอีก 10% รวมเสียภาษี 28% ของกำไร
กำไรทางบัญชีสูง แต่ไม่มีเครื่องมือวางแผนภาษีที่เหมาะสม ทำให้กิจการต้องเสียภาษีในอัตราสูง ทั้งที่สามารถบริหารจัดการให้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพได้มากกว่านี้
ผลกระทบ : เงินสดรั่วไหล ความสามารถในการลงทุนและขยายกิจการลดลง
2.กำไรสะสมสูงเกินไป
กำไรสะสมจำนวนมากอาจดูเป็นเรื่องดี แต่ในมุมของภาษีและการตรวจสอบ กลับกลายเป็นความเสี่ยง ที่ถูกตั้งข้อสังเกตจากสรรพากรว่าตัวเลขของกำไรสะสมอาจไม่มีเงินจริงตามนั้น เนื่องจากดึงเงินออกมาใช้เพื่อเลี่ยงภาษีเงินปันผล
ผลกระทบ : เสี่ยงถูกสรรพากรขอให้จ่ายเงินปันผล เพราะภาระภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินปันผลรออยู่ ถ้าภาษีปันผลยิ่งมาก ยิ่งกระทบสภาพคล่องของกิจการ
3.เงินกู้ยืมกรรมการสูง
เพราะไม่อยากเสียภาษีซ้ำซ้อน ไม่อยากจ่ายปันผล ไม่อยากเสียภาษีบุคคลเยอะ จึงตั้งเงินเดือนตัวเองต่ำๆ พอเงินไม่พอใช้ก็ไปดึงเงินจากกิจการ กรรมการ(เจ้าของกิจการ) เลยกลายเป็นลูกหนี้ที่กิจการต้องคิดดอกเบี้ย
ผลกระทบ: เป็นที่เพ่งเล็งจากสรรพากรให้กรรมการต้องจ่ายดอกเบี้ยซึ่งถือเป็นรายได้ของกิจการที่ทำให้กิจการต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นทั้งภาษีนิติบุคคลและภาษีธูรกิจเฉพาะ
4.รายจ่ายต้องห้ามสูง
หลายกิจการหารายจ่ายได้ยาก ขาดรายจ่ายทางภาษีที่ถูกต้องที่จะนำมาหักลดหย่อนภาษีได้
ผลกระทบ : เสียภาษีมากเกินความจำเป็น
5.สิทธิในทรัพย์สิน เสี่ยงถูกเจ้าหนี้ฟ้องร้องยึดไป
ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อนิติบุคคลหรือกรรมการ หากไม่มีโครงสร้างการป้องกันที่ดี อาจถูกเจ้าหนี้หรือคดีความเข้ามาอายัดหรือยึดได้
ผลกระทบ : ความมั่นคงของกิจการและครอบครัวผู้บริหารตกอยู่ในความเสี่ยง
ประกันคีย์แมน (Keyman Insurance) เป็นประกันชีวิตที่กิจการเป็นผู้จ่ายค่าเบี้ยประกันให้กับบุคคลสำคัญขององค์กร (Key man) แล้วกิจการนำค่าเบี้ยประกันไปเป็นรายจ่ายทางภาษีได้เต็มจำนวน ทำให้รายจ่ายกิจการเพิ่ม กำไรลด ภาษีลดลง ขณะที่คีย์แมนได้รับประโยชน์จากกรมธรรม์
วางแผนให้ถูกตั้งแต่วันนี้ ดีกว่าแก้ปัญหาภายหลัง
ประกันคีย์แมนไม่ใช่แค่ “ประกันชีวิต” แต่คือ เครื่องมือวางแผนภาษี บริหารงบการเงิน และปกป้องกิจการอย่างมืออาชีพ
หากคุณต้องการคำปรึกษาเชิงลึก วางโครงสร้างให้เหมาะกับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ
Star Group ยินดีให้บริการและดูแลคุณอย่างครบวงจร
เพราะธุรกิจที่มั่นคง เริ่มต้นจากการวางแผนที่ถูกต้อง
B2S (Business to Samsung) Star Group เรียนเชิญผู้ประกอบการเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับซัมซุงประกันชีวิต ในการด้านวางแผนค่าใช้จ่ายและภาษีด้วยประกันคีย์แมน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำและส่งมอบประโยชน์ของประกันคีย์แมนให้กับลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการ ในมิติต่างๆทั้งในฝั่งของธุรกิจของลูกค้า และฝั่งส่วนตัวของลูกค้า เช่น ด้านการวางแผนภาษีนิติบุคคลและภาษีบุคคลธรรมดา ความคุ้มครอง การวางแผนมรดก/ภาษีมรดกเป็นต้น
ด้วยองค์ประกอบทุกส่วนที่เกื้อหนุน ทั้งบริษัทซัมซุงประกันชีวิตที่ให้การสนับสนุนฝ่ายขาย แบบประกันที่ตอบโจทย์โดนใจลูกค้า Star Group มีผู้เชี่ยวชาญและระบบการทำงานที่ดี และความมุ่งมั่นตั้งใจของ VIP Partner ที่จะช่วยลูกค้าให้ได้รับประโยชน์ในทุกมิติจาก ประกันคีย์แมน นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีทั้งฝั่งลูกค้าและ VIP Partner ส่วนเรื่องรายได้เป็นเพียงผลพลอยได้
ท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ และสามารถเกิดผลลัพธ์ได้เช่นเดียวกัน เพียงเริ่มจากการตัดสินใจที่จะเริ่มทำสิ่งใหม่ๆที่ท้าทายและยังไม่คุ้นเคย ให้เวลาในการเรียนรู้คู่การลงมือทำ โดยมีพวกเรา Star Group คอยแนะนำสนับสนุนเพื่อให้ท่านสำเร็จ เพราะความสำเร็จของท่าน คือเป้าหมายของเรา
ต้องการร่วมเป็น VIP Partner กับเราหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Inbox หาเราได้ตลอดเวลา Star Group ยินดีต้อนรับ
คุณเห็นด้วยหรือไม่ การที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพที่ปรึกษาการเงิน (Financial Advisor) หรือตัวแทน ประกันชีวิตมีปัจจัยอยู่ 5 ส่วนคือ
1. บริษัท 2. ผลิตภัณฑ์ 3. ผลตอบแทน 4. องค์กร/หัวหน้า/ทีมงาน และ สุดท้าย 5. คือตัวคุณเอง
Star Group และซัมซุงประกันชีวิตเตรียมปัจจัยทั้ง 4 ไว้ให้คุณแล้ว ที่เหลือคือการตัดสินใจของคุณ สนใจร่วมทีมกับ Star Group หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม Inbox หาเรา